มีรายได้เสริมปี 2026 ต้องเสียภาษีไหม เข้าใจง่ายฉบับมนุษย์เงินเดือน
รายได้เสริมเสียภาษีไหม ยื่นภาษีเงินได้เสริม 2026 อย่างไร อธิบายเข้าใจง่ายด้วยตัวอย่างจริง หลักเกณฑ์การคำนวณ ค่าลดหย่อน และวิธีหลีกเลี่ยงปัญหา
คำถามที่คนทำงานเงินเดือนมักถามกันบ่อยที่สุดในยุคนี้คือ รายได้เสริมเสียภาษีไหม โดยเฉพาะเมื่อหลายคนเริ่มมีรายได้จากการขายของออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ หรือเทรดทองคำและ Forex เพื่อเสริมรายได้ให้เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ คำตอบสั้นๆ คือ ต้องเสียครับ หากรายได้รวมทั้งหมดในปีเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่รายละเอียดมีอะไรบ้างที่ต้องรู้ เรามาดูกันทีละขั้นตอนให้เข้าใจง่ายที่สุด
ทำไมรายได้เสริมถึงต้องเสียภาษี
หลักการพื้นฐานของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยคือ ต้องรวมเงินได้ทุกประเภทที่คุณได้รับในปีภาษีนั้นๆ มาคำนวณภาษีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชัน รายได้จากการขายของ ดอกเบี้ย หรือกำไรจากการลงทุนบางประเภท
กรมสรรพากรถือว่าเงินได้เสริมเหล่านี้เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 ประเภท โดยเงินได้เสริมของคนทำงานเงินเดือนมักจะอยู่ในประเภทเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น ค่าตอบแทนที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษา นายหน้า หรือรายได้จากธุรกิจ เช่น ขายของออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ แปลเอกสาร หรือสอนพิเศษ
เกณฑ์การเสียภาษีรายได้เสริมปี 2026
สำหรับปีภาษี 2569 หรือปี 2026 ที่จะต้องยื่นภาษีในช่วงมกราคม-เมษายน 2570 กฎหมายภาษีกำหนดว่า หากคุณมีเงินได้รวมทั้งปีเกิน 150,000 บาท คุณต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเสียภาษีทันที
การคำนวณภาษีจะดูจากเงินได้สุทธิ ซึ่งคำนวณจาก เงินได้รวม หักด้วยค่าใช้จ่ายที่กฎหมายอนุญาต หักค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วจึงนำไปคูณกับอัตราภาษีแบบก้าวหน้า โดยถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จะไม่ต้องเสียภาษีเลย เพราะได้รับยกเว้น
ตัวอย่างการคำนวณอย่างง่าย
สมมติคุณมีเงินเดือนปีละ 300,000 บาท บวกรายได้เสริมจากการรับงานฟรีแลนซ์อีก 100,000 บาท รวมเป็นเงินได้ทั้งหมด 400,000 บาท
ขั้นตอนแรก หักค่าใช้จ่ายที่กฎหมายให้ ถ้าเงินเดือนจะหักได้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนรายได้ฟรีแลนซ์ขึ้นกับประเภท อาจหักได้ 30-60 เปอร์เซ็นต์ หรือใช้ค่าใช้จ่ายจริง ถ้าใช้วิธีเหมาจ่าย 30 เปอร์เซ็นต์ก็จะหักได้ 30,000 บาท
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายคือ 300,000 - 100,000 บาท บวก 100,000 - 30,000 บาท เท่ากับ 270,000 บาท จากนี้ค่อยหักค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม ประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
ประเภทรายได้เสริมที่ต้องรวมคำนวณภาษี
รายได้จากการขายของออนไลน์
ถ้าขายของออนไลน์เป็นธุรกิจต่อเนื่อง มีรายได้สม่ำเสมอ กรมสรรพากรถือว่าเป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจ ต้องนำมาคำนวณภาษีด้วย โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายจริง หรือใช้อัตราเหมาจ่ายตามที่กฎหมายกำหนด
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ได้กำไรปีละ 80,000 บาท และเลือกใช้วิธีเหมาจ่าย 60 เปอร์เซ็นต์ ก็จะหักค่าใช้จ่ายได้ 48,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 32,000 บาท ที่ต้องนำไปรวมกับเงินเดือน
รายได้จากงานฟรีแลนซ์
การรับงานฟรีแลนซ์ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกราฟิก เขียนบทความ แปลเอกสาร ถ่ายภาพ หรือพัฒนาเว็บไซต์ ถือเป็นเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายได้ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือใช้ค่าใช้จ่ายจริงถ้ามีหลักฐานครบถ้วน
ผมมีเพื่อนที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ทำงานประจำอยู่ วันหยุดรับงานฟรีแลนซ์ได้เดือนละ 15,000-20,000 บาท รวมปีก็ประมาณ 200,000 บาทขึ้นไป เขาต้องรวมรายได้นี้กับเงินเดือนแล้วยื่นภาษีทุกปี โดยเก็บใบเสร็จค่าซื้อโปรแกรม ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไฟฟ้าส่วนที่ใช้ทำงาน มาหักลดหย่อนได้
รายได้จากการเทรดทองคำและ Forex
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามเนื้อหาการเทรดของ OPEGOLD ตามกฎหมายภาษีอากรไทย กำไรจากการเทรดทองคำและ Forex ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) คือเงินได้จากนิติกรรมอื่นๆ
ในทางปฏิบัติ กรมสรรพากรยังไม่มีการบังคับจัดเก็บภาษีจากกำไรการเทรดอย่างเข้มงวด เพราะติดปัญหาการพิสูจน์รายได้และการตรวจสอบ แต่ถ้าคุณถอนเงินกำไรเข้าบัญชีไทยเป็นจำนวนมาก เช่น หลายแสนหรือหลายล้านบาท ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเพื่อวางแผนภาษีที่ถูกต้อง
จากประสบการณ์ผมในการสอนเทรดมากกว่า 10 ปี เคยเห็นนักเทรดหลายคนที่ทำกำไรได้ดี แต่ไม่ได้วางแผนเรื่องภาษี พอกรมสรรพากรสอบถามก็ต้องวุ่นวายอธิบาย ดังนั้นถ้าคุณเทรดเป็นรายได้หลักหรือมีกำไรจำนวนมาก ควรจดบันทึกการทำกำไร-ขาดทุนไว้อย่างละเอียด
วิธียื่นภาษีเงินได้เสริม 2026
เตรียมเอกสารให้พร้อม
ก่อนจะยื่นภาษี คุณต้องรวบรวมหลักฐานรายได้ทุกประเภท ได้แก่ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบเสร็จรับเงิน บันทึกบัญชีรายรับรายจ่าย สลิปโอนเงิน หรือใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต ใบเสร็จดอกเบี้ยบ้าน ใบรับรองจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ถ้าคุณมีรายได้เสริมจากหลายแหล่ง ควรทำสเปรดชีทสรุปรายได้แต่ละประเภทไว้ จะช่วยให้คำนวณง่ายและไม่พลาดรายได้อะไร
เลือกวิธียื่นที่เหมาะสม
ปัจจุบันยื่นภาษีได้ 3 ช่องทาง คือ ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ส่งทางไปรษณีย์ หรือยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร โดยระบบออนไลน์สะดวกที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และโปรแกรมจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
การยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ต้องสมัครใช้งานก่อน โดยนำเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือเลขบัตรประชาชนไปลงทะเบียน จากนั้นกรอกข้อมูลรายได้ ค่าลดหย่อน และระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้ หรือแจ้งยอดเงินคืนถ้ามีการหักภาษี ณ ที่จ่ายมามากเกินไป
ระยะเวลาการยื่น
สำหรับบุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ภายในเดือนมกราคม ถึง เมษายนของปีถัดไป ถ้าเลยกำหนดจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้นรายได้ปี 2026 ต้องยื่นภายในช่วง 1 มกราคม - 8 เมษายน 2027
ค่าลดหย่อนที่ช่วยลดภาษีได้
การวางแผนภาษีที่ดีคือการใช้ประโยชน์จากค่าลดหย่อนให้เต็มที่ ซึ่งมีหลายรายการที่คนมักมองข้าม
ค่าลดหย่อนพื้นฐาน
ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ทุกคนได้สิทธิ์นี้โดยอัตโนมัติ ถ้ามีคู่สมรสก็เพิ่มอีก 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท ไม่เกิน 3 คน และบิดามารดาถ้าอายุเกิน 60 ปีและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
ประกันชีวิตและสุขภาพ
เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท เบี้ยประกันสุขภาพ 25,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา 15,000 บาท รวมแล้วลดภาษีได้ถึง 140,000 บาท
กองทุนเพื่อการออม
การลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการออม (RMF) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถลดหย่อนภาษีได้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท หรือไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้ แล้วแต่จำนวนใดน้อยกว่า นี่เป็นช่องทางลดภาษีที่มีประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะคนที่มีรายได้สูง
การบริจาค
บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือสาธารณกุศลให้กับหน่วยงานที่กฎหมายระบุไว้ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของยอดบริจาค แต่ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
ข้อควรระวังเรื่องภาษีรายได้เสริม
อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้
หลายคนคิดว่าถ้ารับเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเพื่อน กรมสรรพากรจะไม่รู้ แต่ความจริงระบบตรวจสอบของกรมสรรพากรเชื่อมโยงกับธนาคารและหน่วยงานอื่นๆ หากมีการเคลื่อนไหวเงินผิดปกติหรือไม่สอดคล้องกับรายได้ที่แจง อาจถูกเรียกตรวจสอบได้
ผมเคยได้ยินกรณีที่คนขายของออนไลน์ทำรายได้ปีละหลายแสน แต่ยื่นภาษีแค่เงินเดือน พอกรมสรรพากรตรวจสอบจากข้อมูลธนาคาร ก็ต้องย้อนหลังเสียภาษีพร้อมเบี้ยปรับ จนเสียเงินเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เก็บหลักฐานไว้ครบถ้วน
กรมสรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี ดังนั้นควรเก็บเอกสารเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย และการยื่นภาษีไว้อย่างน้อย 5 ปี ถ้ามีปัญหาจะได้อธิบายได้
อย่าหลีกเลี่ยงภาษี ให้วางแผนภาษีแทน
การหลีกเลี่ยงภาษีเป็นความผิด แต่การวางแผนภาษีโดยใช้สิทธิลดหย่อนตามกฎหมายเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้ารายได้เสริมสูง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการลดภาระภาษี
กรณีศึกษาจากประสบการณ์จริง
ผมมีศิษย์คนหนึ่งที่ทำงานประจำมีเงินเดือนเดือนละ 35,000 บาท พอเรียนเทรดทองคำกับผมได้ซัก 2 ปี เริ่มทำกำไรได้สม่ำเสมอ รายได้จากการเทรดประมาณปีละ 200,000 บาท เขาถามว่าต้องเสียภาษีไหม ผมแนะนำว่าควรรวมรายได้ทั้งหมดไว้ในการยื่นภาษี
เราคำนวณกันดู เงินเดือน 420,000 บาท บวกกำไรเทรด 200,000 บาท รวมเป็น 620,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเงินเดือน 100,000 บาท กับกำไรเทรดใช้เหมา 30 เปอร์เซ็นต์ ได้ 60,000 บาท รวมหักค่าใช้จ่าย 160,000 บาท คงเหลือ 460,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 9,000 บาท ประกันชีวิต 50,000 บาท RMF 50,000 บาท รวมลดหย่อน 169,000 บาท เงินได้สุทธิคงเหลือ 291,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่าย คำนวณตามอัตราก้าวหน้า 150,000 แรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกิน 150,000-300,000 บาท เสียภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ คือ 141,000 x 5% = 7,050 บาท ซึ่งไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก และเขายังได้ลงทุนใน RMF ไว้เป็นเงินออมอนาคตด้วย
เทคนิคการลดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
กระจายรายได้ให้สมาชิกครอบครัว
ถ้าทำธุรกิจออนไลน์ครอบครัว อาจแยกรายได้ให้สมาชิกในครอบครัวได้รับบ้าง เพื่อให้แต่ละคนอยู่ในช่วงภาษีที่ต่ำลง แต่ต้องมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลและทำงานจริง ไม่ใช่แค่ย้ายเงินหลบภาษี
จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
ถ้ารายได้เสริมสูงมาก เช่น ปีละหลายล้านบาท อาจพิจารณาจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เพื่อเสียภาษีนิติบุคคลที่อาจต่ำกว่า โดยเฉพาะถ้ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจสูง แต่ต้องชั่งน้ำหนักค่าใช้จ่ายในการบริหารและความยุ่งยากด้วย
ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้เต็มที่
วางแผนการซื้อประกันชีวิต ลงทุนใน RMF หรือบริจาคเงิน ให้พอดีกับวงเงินลดหย่อนสูงสุด จะช่วยลดภาษีได้มาก โดยเฉพาะคนที่รายได้สูงจะได้ประโยชน์มากกว่า
สรุป แนวทางการจัดการภาษีรายได้เสริม
รายได้เสริมเสียภาษีไหม คำตอบคือ ถ้ารวมกับรายได้หลักแล้วเกิน 150,000 บาท ต้องยื่นภาษี แต่จะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ขึ้นกับเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว การยื่นภาษีเงินได้เสริม 2026 ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ถ้าเตรียมตัวดีและใช้ระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
สิ่งสำคัญคือต้องซื่อสัตย์ต่อกฎหมาย เก็บหลักฐานครบถ้วน และวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด การเสียภาษีตามกฎหมายไม่เพียงแต่ป้องกันปัญหาในอนาคต แต่ยังสร้างเครดิตที่ดีสำหรับการกู้เงินซื้อบ้านซื้อรถด้วย
สำหรับคนที่มีรายได้เสริมจากการเทรดทองคำ Forex หรือการลงทุนอื่นๆ นอกจากเรื่องภาษีแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเทรดอย่างมีวินัย มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะการมีรายได้เสริมที่ยั่งยืนต้องมาจากความรู้และทักษะที่แท้จริง ไม่ใช่แค่โชคช่วย
การวางแผนการเงินที่ดีต้องครอบคลุมทั้งการสร้างรายได้ การบริหารค่าใช้จ่าย การลงทุน และการจัดการภาษี ถ้าคุณทำทุกส่วนได้ดี รายได้เสริมของคุณจะกลายเป็นฐานรากที่มั่นคงสำหรับอิสรภาพทางการเงินในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
รายได้เสริมเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี
ถ้ารายได้รวมทั้งปี รวมเงินเดือนและรายได้เสริมทุกประเภท เกิน 150,000 บาท ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี แต่จะต้องเสียภาษีจริงหรือไม่ขึ้นกับเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทจะไม่ต้องเสียภาษี
ขายของออนไลน์เป็นงานเสริมต้องเสียภาษีไหม
ถ้าขายเป็นธุรกิจต่อเนื่องมีรายได้สม่ำเสมอ ถือเป็นเงินได้จากการประกอบธุรกิจ ต้องนำมารวมคำนวณภาษีกับรายได้อื่นๆ โดยสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายจริงหรือใช้อัตราเหมาจ่ายตามประเภทธุรกิจ หากรายได้รวมทั้งปีเกินเกณฑ์ก็ต้องยื่นภาษี
กำไรจากการเทรดทองคำต้องเสียภาษีไหม
ตามกฎหมายถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ควรรวมคำนวณภาษีด้วย โดยเฉพาะถ้าถอนเงินกำไรเข้าบัญชีไทยเป็นจำนวนมาก ควรเก็บบันทึกการทำกำไร-ขาดทุนไว้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีหากมีกำไรสูง เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
ถ้าไม่ยื่นภาษีรายได้เสริมจะเกิดอะไรขึ้น
อาจถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบและเสียภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ 1.5 เท่าของภาษีที่ขาด บวกดอกเบี้ยเงินเพิ่ม 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องเครดิตเวลาขอสินเชื่อ และถ้าหลีกเลี่ยงเจตนาอาจมีความผิดทางอาญา
วางแผนภาษีรายได้เสริมอย่างไรให้จ่ายน้อยที่สุดอย่างถูกกฎหมาย
ควรใช้สิทธิ์ค่าลดหย่อนให้เต็มที่ เช่น ซื้อประกันชีวิต 100,000 บาท ประกันสุขภาพ 25,000 บาท ลงทุน RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสูงสุด 500,000 บาท บริจาคเงิน และเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ระหว่างเหมาจ่ายหรือค่าใช้จ่ายจริง แล้วแต่อันไหนได้ประโยชน์มากกว่า
เรียนรู้เพิ่มเติมกับ OPEGOLD
เข้ากลุ่มไลน์ฟรี รับความรู้และอัปเดตตลาดทองคำ พร้อมคลาสสอนสดทุกเสาร์-อาทิตย์
แอด LINE @opegoldบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง