Pip Point และ Lot คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
Pip Point และ Lot คือหน่วยพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ อธิบายความหมาย วิธีคำนวณ และการใช้งานจริงในการเทรดทองคำและ Forex แบบเข้าใจง่ายที่สุด
หลายคนที่เพิ่งเข้ามาในวงการเทรดทองคำและ Forex มักจะงงกับคำศัพท์พื้นฐานอย่าง Pip, Point และ Lot ว่าคืออะไร แต่จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้คือหน่วยวัดพื้นฐานที่คุณต้องเข้าใจเป็นอันดับแรก เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคำนวณกำไร-ขาดทุน และการบริหารความเสี่ยง บทความนี้จะอธิบายให้คุณเข้าใจแบบง่ายที่สุด พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงจากประสบการณ์การเทรดมากกว่า 10 ปี
Pip คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับการเทรด
Pip ย่อมาจาก Percentage in Point หรือ Price Interest Point คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex โดยทั่วไปแล้ว 1 Pip คือการเปลี่ยนแปลงที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD หรือทศนิยมตำแหน่งที่ 2 สำหรับคู่สกุลเงินที่มี Yen เช่น USD/JPY
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.1050 เป็น 1.1051 นั่นคือการเคลื่อนไหว 1 Pip หรือถ้าราคา USD/JPY เคลื่อนที่จาก 150.50 เป็น 150.51 ก็เท่ากับเคลื่อนไหว 1 Pip เช่นกัน
ทำไมต้องเข้าใจเรื่อง Pip
เมื่อคุณเทรด คุณต้องรู้ว่าราคาเคลื่อนไหวไปกี่ Pip เพื่อคำนวณกำไรหรือขาดทุน จากประสบการณ์ของผมในการสอนเทรดมาหลายปี พบว่าหลายคนที่ไม่เข้าใจเรื่อง Pip มักจะประเมินผลการเทรดผิดพลาด บางครั้งคิดว่าได้กำไรมาก แต่พอคำนวณจริงแล้วกลับได้น้อยกว่าที่คิด หรือแย่กว่านั้นคือขาดทุนมากกว่าที่ควรรับได้
การรู้จัก Pip ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างเป็นระบบ เช่น ตั้ง Stop Loss ที่ 20 Pips หรือตั้ง Take Profit ที่ 50 Pips ซึ่งจะทำให้คุณควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น
Point คืออะไร แตกต่างจาก Pip อย่างไร
Point หรือที่บางแพลตฟอร์มเรียกว่า Pipette คือหน่วยที่เล็กกว่า Pip อีก โดย 1 Pip เท่ากับ 10 Points หรือพูดง่ายๆ คือ Point อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 5 สำหรับคู่สกุลเงินทั่วไป หรือทศนิยมตำแหน่งที่ 3 สำหรับคู่ที่มี Yen
ตัวอย่างเช่น ราคา EUR/USD แสดงเป็น 1.10505 ตัวเลขตำแหน่งสุดท้าย 5 คือ Point ถ้าราคาเปลี่ยนจาก 1.10505 เป็น 1.10506 นั่นคือเคลื่อนไหว 1 Point หรือ 0.1 Pip
ทำไมต้องมี Point
ในยุคก่อนการเทรดออนไลน์จะนิยม Pip เป็นหน่วยวัดหลัก แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาและสเปรดแคบลง หลายแพลตฟอร์มจึงเพิ่มทศนิยมอีก 1 ตำแหน่งเพื่อความแม่นยำมากขึ้น นี่คือที่มาของ Point
สำหรับการเทรดทองคำ การวัดด้วย Point มีความสำคัญมากกว่า เพราะราคาทองมักเคลื่อนไหวค่อนข้างรวดเร็วและมีมูลค่าสูง การติดตามความเคลื่อนไหวที่ละเอียดจึงช่วยให้คุณจับจังหวะเข้าออกได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ราคาทองคำวัดด้วย Pip หรือ Point
สำหรับทองคำ (XAU/USD) การวัดความเคลื่อนไหวจะแตกต่างจากคู่สกุลเงินทั่วไป โดย 1 Pip ของทองคำคือการเปลี่ยนแปลงที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 เช่น ถ้าราคาทองเคลื่อนที่จาก 2050.00 เป็น 2050.10 นั่นคือเคลื่อนไหว 10 Pips หรือ 1 ดอลลาร์
แต่ในการเทรดทองคำจริง หลายคนมักจะพูดถึง Point มากกว่า โดย 1 Point ของทองคำคือการเปลี่ยนแปลง 0.01 ดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ ดังนั้นถ้าราคาเคลื่อนจาก 2050.00 เป็น 2051.00 นั่นคือเคลื่อนไหว 100 Points หรือ 1 ดอลลาร์
ประสบการณ์จริงในการเทรดทอง
จากประสบการณ์ของผมในการเทรดทองมานานกว่า 10 ปี การคุ้นเคยกับการวัดด้วย Point จะช่วยให้คุณคำนวณกำไรขาดทุนได้รวดเร็วมาก เช่น ถ้าคุณเทรดทอง 1 ออนซ์ (หรือ 1 ล็อต) และราคาเคลื่อนไหว 50 Points คุณจะได้กำไรหรือขาดทุน 50 เซนต์หรือ 0.50 ดอลลาร์ ถ้าเทรด 10 ออนซ์ก็จะได้ 5 ดอลลาร์
ผมมักจะแนะนำนักเทรดมือใหม่ให้ฝึกนับ Points ในหัวตลอดเวลาที่ดูชาร์ต เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและสามารถประเมินผลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข
Lot คืออะไร หน่วยวัดปริมาณการเทรด
Lot คือหน่วยวัดปริมาณหรือขนาดของการเทรด เป็นตัวกำหนดว่าคุณเปิดออเดอร์ใช้เงินเท่าไหร่ และจะได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ต่อการเคลื่อนไหว 1 Pip หรือ 1 Point
ใน Forex โดยทั่วไปจะมี Lot หลักๆ 3 ขนาดคือ
- Standard Lot หรือ 1 Lot = 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก
- Mini Lot หรือ 0.1 Lot = 10,000 หน่วย
- Micro Lot หรือ 0.01 Lot = 1,000 หน่วย
Lot ในการเทรดทองคำ
สำหรับทองคำ 1 Lot มาตรฐานคือ 100 ออนซ์ แต่ในการเทรดจริง คุณสามารถเทรดได้ตั้งแต่ 0.01 Lot หรือ 1 ออนซ์ ขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับนักเทรดมือใหม่ที่มีทุนน้อย
ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot กับมูลค่าต่อ Point ของทองคำเป็นดังนี้
- 0.01 Lot (1 ออนซ์): 1 Point = $0.01
- 0.10 Lot (10 ออนซ์): 1 Point = $0.10
- 1.00 Lot (100 ออนซ์): 1 Point = $1.00
วิธีคำนวณกำไร-ขาดทุนจาก Pip, Point และ Lot
การคำนวณกำไรขาดทุนนั้นง่ายมาก เมื่อคุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Pip, Point และ Lot แล้ว สูตรพื้นฐานคือ
กำไร/ขาดทุน = จำนวน Pip (หรือ Point) x มูลค่าต่อ Pip (หรือ Point) x จำนวน Lot
ตัวอย่างการคำนวณในการเทรด Forex
สมมติคุณเทรด EUR/USD ขนาด 0.1 Lot (Mini Lot) โดย 1 Pip ของ 0.1 Lot มีมูลค่า 1 ดอลลาร์ ถ้าคุณเปิดออเดอร์ที่ราคา 1.1000 และปิดที่ 1.1050 คุณได้กำไร 50 Pips
การคำนวณ: 50 Pips x $1 = $50
ตัวอย่างการคำนวณในการเทรดทองคำ
สมมติคุณเทรดทองคำขนาด 0.05 Lot (5 ออนซ์) ซึ่งมูลค่าต่อ Point คือ $0.05 ถ้าคุณเปิดออเดอร์ที่ราคา 2050.00 และปิดที่ 2052.00 คุณได้กำไร 200 Points
การคำนวณ: 200 Points x $0.05 = $10
จากประสบการณ์ของผม การฝึกคำนวณแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้คุณมีความมั่นใจในการตัดสินใจเทรดมากขึ้น และสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง
ความสำคัญของการเลือกขนาด Lot ที่เหมาะสม
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในนักเทรดมือใหม่คือการเลือกขนาด Lot ที่ไม่เหมาะสมกับทุน การเทรดด้วย Lot ที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้คุณขาดทุนหมดบัญชีได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าราคาจะเคลื่อนไหวแค่เล็กน้อย
กฎการบริหารความเสี่ยง
กฎพื้นฐานที่ผมใช้และแนะนำเสมอคือ ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของทุนทั้งหมดต่อ 1 ออเดอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีทุน $1,000 คุณไม่ควรเสี่ยงเกิน $10-20 ต่อครั้ง
วิธีคำนวณขนาด Lot ที่เหมาะสม
- กำหนดระยะ Stop Loss เป็น Pips หรือ Points เช่น 50 Pips
- กำหนดเงินที่ยอมเสี่ยงได้ เช่น $20
- คำนวณว่า 1 Pip หรือ Point มีมูลค่าเท่าไหร่ในแต่ละขนาด Lot
- หาขนาด Lot ที่ทำให้ Stop Loss 50 Pips = $20
ตัวอย่าง: ถ้า Stop Loss 50 Pips และยอมเสี่ยง $20 นั่นคือ 1 Pip ต้องมีมูลค่า $0.40 ซึ่งตรงกับการเทรด 0.04 Lot ใน Forex หรือประมาณ 0.40 Lot ในทองคำ (40 ออนซ์)
ข้อผิดพลาดที่มักพบในการใช้ Pip, Point และ Lot
จากการสอนเทรดมาหลายปี ผมพบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ดังนี้
1. สับสนระหว่าง Pip กับ Point
หลายคนมักจะสับสนว่าตัวเลขที่เห็นบนแพลตฟอร์มคือ Pip หรือ Point โดยเฉพาะผู้ที่เทรดทั้ง Forex และทองคำ ซึ่งมีการนับที่แตกต่างกัน วิธีแก้คือให้ทำความเข้าใจว่าแต่ละตลาดนับอย่างไรและฝึกให้เคยชิน
2. ไม่คำนวณมูลค่าต่อ Pip ก่อนเปิดออเดอร์
บางคนเปิดออเดอร์โดยไม่รู้ว่า 1 Pip มีมูลค่าเท่าไหร่ในขนาด Lot ที่เลือก ทำให้ประเมินความเสี่ยงผิดพลาด แนะนำให้คำนวณทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์
3. ใช้ Lot ที่ใหญ่เกินไป
นี่คือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุด หลายคนอยากได้กำไรเร็วจึงใช้ Lot ใหญ่ แต่เมื่อราคาไม่เป็นใจกลับขาดทุนหนักจนเสียขวัญ ควรเริ่มต้นด้วย Lot เล็กๆ และค่อยๆ เพิ่มเมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น
4. ลืมคิดค่า Spread และค่าคอมมิชชั่น
บางครั้งราคาเคลื่อนไหวถูกทางแล้ว แต่ยังขาดทุนเพราะยังไม่ทำให้ค่า Spread คืน สำหรับทองคำที่มี Spread กว้างกว่า Forex ปกติ เรื่องนี้ยิ่งสำคัญมาก
เทคนิคการฝึกฝนความเข้าใจ Pip, Point และ Lot
ผมมักจะแนะนำนักเทรดมือใหม่ให้ฝึกฝนด้วยวิธีต่อไปนี้
1. ใช้บัญชี Demo ฝึกหัด
เปิดบัญชีทดลองเทรดและฝึกคำนวณกำไรขาดทุนจากการเคลื่อนไหวของราคา โดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง ลองเทรดด้วยขนาด Lot ต่างๆ แล้วสังเกตว่ากำไรขาดทุนเปลี่ยนแปลงอย่างไร
2. จดบันทึกการเทรดทุกครั้ง
จดว่าเปิดออเดอร์ที่ราคาเท่าไหร่ ปิดที่เท่าไหร่ ได้กี่ Pips หรือ Points ใช้ Lot เท่าไหร่ และได้กำไรขาดทุนเท่าไหร่ การจดบันทึกจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น
3. ฝึกคำนวณในหัว
เมื่อดูชาร์ต ให้ลองประเมินว่าถ้าเปิดออเดอร์ตรงนี้และราคาเคลื่อนไปถึงจุดนั้น จะได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ แล้วเทียบกับการคำนวณจริง การฝึกแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้คุณคล่องขึ้นมาก
4. ศึกษาตัวอย่างจริงจากตลาด
ดูย้อนกลับไปว่าในแต่ละวันราคาเคลื่อนไหวกี่ Pips หรือ Points และถ้าเทรดด้วยขนาด Lot ต่างๆ จะได้กำไรขาดทุนเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่สมจริง
Pip, Point และ Lot ในบริบทของการวางแผนการเทรด
การเข้าใจ Pip, Point และ Lot ไม่ใช่แค่เพื่อให้รู้ว่ากำไรขาดทุนเท่าไหร่ แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนการเทรดอย่างเป็นระบบ
การกำหนด Risk-Reward Ratio
Risk-Reward Ratio คืออัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่คาดหวัง เช่น 1:2 หมายความว่าถ้าเสี่ยง 50 Pips ต้องตั้งเป้ากำไร 100 Pips การรู้จัก Pip และ Point จะช่วยให้คุณกำหนดอัตราส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน
จากประสบการณ์ของผม การใช้ Risk-Reward Ratio อย่างน้อย 1:1.5 หรือ 1:2 จะทำให้คุณมีโอกาสอยู่รอดในตลาดได้นานขึ้น แม้ว่าจะเทรดถูกแค่ครึ่งหนึ่งของออเดอร์ทั้งหมด
การวาง Stop Loss และ Take Profit
การรู้ว่า 1 Pip หรือ 1 Point มีมูลค่าเท่าไหร่ ทำให้คุณสามารถวาง Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างเหมาะสม ไม่ใกล้จนเกินไปจนถูกกวาดบ่อยๆ หรือไกลจนเกินไปจนขาดทุนหนักเกินควร
ตัวอย่างเช่น ในการเทรดทอง ผมมักจะวาง Stop Loss ระหว่าง 20-50 Points ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและกรอบเวลาที่เทรด ถ้าเทรดในกรอบเวลาสั้น Stop Loss อาจจะแคบกว่า แต่ถ้าเทรดในกรอบเวลายาว Stop Loss ต้องกว้างขึ้นเพื่อให้ราคามีที่วิ่ง
ความแตกต่างระหว่างการเทรด Forex และทองคำในแง่ของ Pip และ Point
แม้ว่าแนวคิดพื้นฐานจะคล้ายกัน แต่การใช้งาน Pip และ Point ในตลาด Forex และทองคำมีความแตกต่างที่ควรรู้
Forex
- ราคาแสดงถึงทศนิยม 4-5 ตำแหน่งสำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่
- การเคลื่อนไหวค่อนข้างนุ่มนวลกว่าทอง
- Spread มักจะแคบกว่า
- มูลค่าต่อ Pip แปรผันตามคู่สกุลเงินและขนาด Lot
ทองคำ
- ราคาแสดงถึงทศนิยม 2 ตำแหน่ง
- การเคลื่อนไหวมักจะเร็วและรุนแรงกว่า
- Spread มักจะกว้างกว่า Forex
- มูลค่าต่อ Point คำนวณง่ายกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนออนซ์
ผมมักจะบอกนักเทรดที่เพิ่งเริ่มต้นว่า ถ้าคุณเทรด Forex มาก่อนแล้วจะมาเทรดทอง ให้ระวังเรื่องความเร็วของราคาและ Spread ที่กว้างกว่า อาจต้องปรับ Stop Loss ให้กว้างขึ้นและใช้ขนาด Lot ที่เล็กลงเพื่อควบคุมความเสี่ยง
เครื่องมือช่วยคำนวณ Pip และ Lot
ในปัจจุบันมีเครื่องมือออนไลน์มากมายที่ช่วยคำนวณมูลค่าของ Pip และขนาด Lot ที่เหมาะสม แต่ผมแนะนำให้คุณเรียนรู้วิธีคำนวณเองก่อน เพื่อให้เข้าใจหลักการและสามารถประเมินได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือ
เมื่อคุณเข้าใจหลักการแล้ว การใช้เครื่องมือจะเป็นเพียงการตรวจสอบซ้ำหรือช่วยประหยัดเวลาเท่านั้น ไม่ใช่การพึ่งพาอย่างสิ้นเชิง
สรุปสิ่งที่ต้องจำเกี่ยวกับ Pip, Point และ Lot
Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุด ซึ่งอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 สำหรับคู่สกุลเงินทั่วไปหรือทศนิยมตำแหน่งที่ 2 สำหรับทองคำ Point คือหน่วยที่เล็กกว่า Pip อีก 10 เท่า และ Lot คือหน่วยวัดปริมาณการเทรดที่กำหนดว่าแต่ละ Pip หรือ Point มีมูลค่าเท่าไหร่
การเข้าใจสามสิ่งนี้อย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณสามารถคำนวณกำไรขาดทุน วางแผนการเทรด กำหนด Stop Loss และ Take Profit และบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากประสบการณ์ของผมในการเทรดและสอนมานานกว่า 10 ปี ผมเห็นนักเทรดหลายคนที่มีทักษะในการอ่านชาร์ตดี แต่ล้มเหลวเพราะไม่เข้าใจเรื่อง Pip, Point และ Lot อย่างแท้จริง พวกเขามักจะเสี่ยงมากเกินไปหรือตั้งเป้าหมายที่ไม่สมจริง
ดังนั้นถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในการเทรด อย่าข้ามพื้นฐานเหล่านี้ไป ให้เวลากับตัวเองในการทำความเข้าใจและฝึกฝนจนชำนาญ มันจะคุ้มค่าในระยะยาว
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนเท่าที่สามารถรับความเสี่ยงได้
คำถามที่พบบ่อย
Pip คืออะไร และแตกต่างจาก Point อย่างไร
Pip คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 สำหรับคู่สกุลเงินทั่วไป ส่วน Point เล็กกว่า Pip อีก 10 เท่า อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 5 ดังนั้น 1 Pip = 10 Points สำหรับการเทรดทองคำ การวัดด้วย Point จะนิยมมากกว่าเพราะให้ความละเอียดมากขึ้น
1 Lot ในการเทรดทองคำคือเท่าไหร่ และมูลค่าต่อ Point คือเท่าไหร่
1 Lot มาตรฐานของทองคำคือ 100 ออนซ์ แต่ในการเทรดจริงสามารถเทรดได้ตั้งแต่ 0.01 Lot หรือ 1 ออนซ์ โดยมูลค่าต่อ Point จะเป็น 0.01 Lot มีมูลค่า 1 Point = 0.01 ดอลลาร์, 0.10 Lot มีมูลค่า 1 Point = 0.10 ดอลลาร์ และ 1.00 Lot มีมูลค่า 1 Point = 1.00 ดอลลาร์
วิธีคำนวณกำไรขาดทุนจากการเทรดทำอย่างไร
ใช้สูตร กำไร หรือ ขาดทุน = จำนวน Pip หรือ Point ที่ราคาเคลื่อนไหว x มูลค่าต่อ Pip หรือ Point x จำนวน Lot ตัวอย่างเช่น ถ้าเทรดทอง 0.10 Lot และราคาเคลื่อนไหว 50 Points ก็จะได้ 50 x 0.10 = 5 ดอลลาร์
ควรเลือกขนาด Lot เท่าไหร่สำหรับนักเทรดมือใหม่
นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วย Lot เล็กๆ เช่น 0.01-0.05 Lot และปฏิบัติตามกฎการบริหารความเสี่ยงคือไม่เสี่ยงเกิน 1-2 เปอร์เซ็นต์ของทุนทั้งหมดต่อ 1 ออเดอร์ วิธีนี้จะช่วยให้คุณอยู่รอดในตลาดได้นานขึ้นและมีเวลาเรียนรู้จากประสบการณ์
ทำไมต้องเข้าใจเรื่อง Pip Point และ Lot ก่อนเริ่มเทรดจริง
เพราะสามสิ่งนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณกำไรขาดทุน การวางแผนการเทรด การกำหนด Stop Loss และ Take Profit และการบริหารความเสี่ยง ถ้าไม่เข้าใจจะทำให้ประเมินความเสี่ยงผิดพลาดและอาจขาดทุนหนักได้ แม้ว่าจะวิเคราะห์ตลาดถูกต้องก็ตาม
เรียนรู้เพิ่มเติมกับ OPEGOLD
เข้ากลุ่มไลน์ฟรี รับความรู้และอัปเดตตลาดทองคำ พร้อมคลาสสอนสดทุกเสาร์-อาทิตย์
แอด LINE @opegoldบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง