O OPEGOLDFXTOPRO.COM เข้ากลุ่มฟรี
หน้าแรก · บทความ · NFP, CPI, FOMC คืออะไร และส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร
บทความความรู้

NFP, CPI, FOMC คืออะไร และส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร

NFP คืออะไร CPI คืออะไร FOMC คืออะไร ทำความเข้าใจข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ พร้อมตัวอย่างจริงจากประสบการณ์เทรด 10 ปี

เขียนโดย โอ๊ป · OPEGOLD อัปเดตล่าสุด 20 สิงหาคม 2026 อ่าน 21 นาที
NFP, CPI, FOMC คืออะไร และส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร

สำหรับนักเทรดทองคำทุกคน การเข้าใจข่าวเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะ NFP, CPI และ FOMC ซึ่งเป็นข่าวเศรษฐกิจหลักที่สร้างความผันผวนให้ตลาดทองคำได้อย่างมาก ข่าวเหล่านี้คือตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าเงินดอลลาร์ และเมื่อดอลลาร์เคลื่อนไหว ราคาทองคำก็จะเคลื่อนไหวตาม ในบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจทั้งสามตัวนี้อย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างจากประสบการณ์จริงว่าแต่ละข่าวส่งผลต่อการเทรดทองคำอย่างไร

NFP คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับตลาดทองคำ

NFP ย่อมาจาก Non-Farm Payrolls หรือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐอเมริกา เป็นข้อมูลที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศทุกวันศุกร์แรกของเดือน เวลา 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย ตัวเลขนี้บอกจำนวนตำแหน่งงานใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ไม่รวมภาคเกษตร ภาครัฐบางส่วน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

จากประสบการณ์เทรดมากกว่า 10 ปี ผมพบว่า NFP เป็นข่าวที่สร้างความผันผวนสูงที่สุดข่าวหนึ่งในแต่ละเดือน โดยเฉพาะในช่วง 15-30 นาทีแรกหลังข่าวออก ราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ 10-30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือในหน่วยของทองคำไทยอาจขยับได้ 200-500 บาทต่อบาททองคำภายในไม่กี่นาที

ทำไม NFP ถึงส่งผลต่อราคาทองคำ

เหตุผลหลักคือ NFP เป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนที่สุด เมื่อตัวเลข NFP ออกมาดีกว่าคาด แสดงว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และเนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำก็มักจะลดลง

ในทางกลับกัน ถ้า NFP ออกมาต่ำกว่าที่คาด แสดงว่าตลาดแรงงานอ่อนแอ เศรษฐกิจชะลอตัว Fed อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้น

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง

ในเดือนพฤษภาคม 2023 ตัวเลข NFP ออกมาที่ 339,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาด 190,000 ตำแหน่งอย่างมาก ในช่วงนั้นผมเห็นราคาทองคำร่วงลงทันทีจาก 1,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแตะ 1,945 ดอลลาร์ภายใน 10 นาทีแรก ความผันผวนรุนแรงมากจนนักเทรดที่ไม่ได้เตรียมตัวหลายคนโดนสต็อปลอสทันที

นี่คือเหตุผลที่ผมแนะนำให้นักเทรดมือใหม่หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วง 15-30 นาทีแรกหลังข่าว NFP ออก หรือถ้าจะเทรดก็ต้องลดขนาดสัญญาลงและตั้งสต็อปลอสให้กว้างพอรับความผันผวน

CPI คืออะไร และเชื่อมโยงกับราคาทองคำอย่างไร

CPI ย่อมาจาก Consumer Price Index หรือดัชนีราคาผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขนี้ประมาณวันที่ 12-15 ของทุกเดือน เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ครัวเรือนซื้อ

นอกจาก CPI ยังมี Core CPI ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตัดรายการอาหารและพลังงานออก เพราะสองรายการนี้มีความผันผวนสูง Fed มักให้ความสำคัญกับ Core CPI มากกว่า CPI ปกติเพราะสะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อระยะยาวได้ดีกว่า

ความสัมพันธ์ระหว่าง CPI กับราคาทองคำ

ทองคำได้รับการยอมรับมาช้านานว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ เมื่อ CPI สูงขึ้น แสดงว่าเงินเฟ้อเพิ่ม กำลังซื้อของเงินลดลง นักลงทุนมักหันมาซื้อทองคำเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน ทำให้ราคาทองคำขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหลังข่าวออก ปฏิกิริยาของตลาดอาจซับซ้อนกว่านั้น ถ้า CPI สูงกว่าคาด Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยทำให้พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ดึงดูดเงินลงทุนออกจากทองคำซึ่งไม่ได้ให้ผลตอบแทน ส่งผลให้ราคาทองคำอาจร่วงในระยะสั้นแม้เงินเฟ้อจะสูง

ประสบการณ์จริงกับข่าว CPI

ในเดือนมิถุนายน 2022 ข่าว CPI ออกมาที่ 9.1 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ 40 ปี สูงกว่าที่ตลาดคาด 8.8 เปอร์เซ็นต์ ในวันนั้นผมจำได้ว่าราคาทองคำปรับตัวลงทันทีจาก 1,875 ดอลลาร์ไป 1,815 ดอลลาร์ภายในหนึ่งวัน ร่วงไปกว่า 60 ดอลลาร์ เพราะตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรง

แต่ในระยะถัดมา เมื่อตลาดย่อยข่าวเสร็จและเห็นว่าเงินเฟ้อสูงมาก ราคาทองคำกลับฟื้นตัวขึ้นมาและทะลุ 2,000 ดอลลาร์ในเดือนถัดไป เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อและซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

FOMC คืออะไร และมีอิทธิพลต่อตลาดทองคำมากที่สุด

FOMC ย่อมาจาก Federal Open Market Committee หรือคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา การประชุม FOMC มีทุก 6-8 สัปดาห์ ปีละ 8 ครั้ง

หลังจากการประชุมแต่ละครั้ง FOMC จะออกแถลงการณ์และประกาศว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวของประธาน Fed ซึ่งช่วงนี้มักสร้างความผันผวนสูงมาก

ทำไม FOMC จึงสำคัญที่สุด

จากประสบการณ์ของผม FOMC คือข่าวที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำมากที่สุดและยาวนานที่สุด เพราะเป็นการตัดสินใจนโยบายการเงินโดยตรง ไม่ใช่แค่ข้อมูลเศรษฐกิจ การขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการถือครองทองคำ

เมื่อ Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนเสียโอกาสในการถือทองคำสูงขึ้น เพราะทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นักลงทุนจึงอาจขายทองคำไปซื้อพันธบัตร ราคาทองคำจึงลดลง

ในทางกลับกัน เมื่อ Fed ลดดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณว่าจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนเสียโอกาสของทองคำลดลง นักลงทุนหันมาซื้อทองคำมากขึ้น ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้น

สิ่งที่ต้องติดตามในการประชุม FOMC

ผมแนะนำให้ติดตามสามสิ่งหลักจากการประชุม FOMC:

ตัวอย่างที่น่าจดจำจากประสบการณ์เทรด

ในเดือนมีนาคม 2022 Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบหลายปี ขึ้น 0.25 เปอร์เซ็นต์ และส่งสัญญาณว่าจะเร่งขึ้นต่อเนื่อง ในวันนั้นราคาทองคำร่วงจาก 1,930 ดอลลาร์ลงมาแตะ 1,895 ดอลลาร์ในช่วงแถลงข่าว ผมเห็นหลายสัญญาโดนสต็อปลอสในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น

แต่ประสบการณ์ที่โดนเด่นที่สุดคือเดือนพฤศจิกายน 2023 เมื่อประธาน Fed ให้สัญญาณว่าอาจหยุดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แม้จะยังไม่ประกาศลดก็ตาม ราคาทองคำพุ่งขึ้นจาก 1,980 ดอลลาร์ไปแตะ 2,050 ดอลลาร์ภายในสามวัน เพราะตลาดตีความว่าวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างสามข่าวนี้และวิธีใช้ประโยชน์

NFP, CPI และ FOMC ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่มีความเชื่อมโยงกันในห่วงโซ่เศรษฐกิจ ผมมองว่าข่าวเหล่านี้ทำงานร่วมกันแบบนี้:

ลำดับความสำคัญของข่าว

CPI ออกก่อน - ประมาณวันที่ 12-15 ของเดือน ให้ข้อมูลเงินเฟ้อ บอกว่าเศรษฐกิจร้อนแรงหรืออ่อนแอแค่ไหน

NFP ตามมา - วันศุกร์แรกของเดือน ให้ข้อมูลตลาดแรงงาน สะท้อนความแข็งแกร่งเศรษฐกิจอีกมุมหนึ่ง

FOMC ใช้ข้อมูลทั้งสอง - เพื่อตัดสินใจนโยบายการเงิน ขึ้นหรือลดดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากทั้งเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน

กลยุทธ์การเทรดรอบข่าวเศรษฐกิจ

จากประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผมมีแนวทางที่แนะนำสำหรับนักเทรดทองคำ:

ก่อนข่าว 24-48 ชั่วโมง - ศึกษาคาดการณ์ของตลาด ดูว่านักวิเคราะห์คาดตัวเลขเท่าไหร่ เตรียมแผนสำหรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ลดขนาดสัญญาลงถ้ามีออเดอร์ค้างอยู่

ช่วงข่าวออก 15-30 นาทีแรก - หลีกเลี่ยงการเปิดสัญญาใหม่ เพราะสเปรดกว้างและราคากระโดดไม่สม่ำเสมอ ถ้ามีสัญญาอยู่แล้วต้องตั้งสต็อปลอสให้กว้างพอรับความผันผวน

หลังข่าว 30 นาที - 2 ชั่วโมง - เป็นช่วงที่ตลาดเริ่มย่อยข่าวและหาทิศทางชัดเจนขึ้น ผมมักรอดูว่าราคาเคลื่อนไหวไปทางไหน มีการกลับตัวหรือไม่ แล้วค่อยพิจารณาเข้าเทรดตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น

หนึ่งวันหลังข่าว - แนวโน้มที่แท้จริงจะชัดเจนขึ้น นี่คือช่วงที่มีโอกาสดีสำหรับการเทรดระยะสั้นถึงกลาง โดยอาศัยโมเมนตัมที่เกิดจากข่าว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเทรดรอบข่าวเศรษฐกิจ

จากการสังเกตนักเทรดหลายพันคนที่ผมได้พบมา มีข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำๆ เวลาเทรดรอบข่าว NFP, CPI และ FOMC:

เข้าเทรดก่อนข่าวโดยไม่มีแผนรองรับ

นักเทรดมือใหม่มักคิดว่าสามารถทายทิศทางได้ เปิดสัญญาก่อนข่าวออกโดยไม่ตั้งสต็อปลอส หรือตั้งสต็อปลอสแคบเกินไป ผลคือโดนสต็อปลอสทันทีเมื่อราคากระโดด แม้ทิศทางจะถูกก็ตาม

ใช้เลเวอเรจสูงเกินไปในช่วงข่าว

ความผันผวนสูงทำให้บางคนคิดว่าจะได้กำไรเยอะ จึงเพิ่มขนาดสัญญา แต่ความจริงคือความเสี่ยงสูงขึ้นเท่านั้น ผมเคยเห็นบัญชีหายไปทั้งบัญชีภายใน 5 นาทีหลังข่าว NFP เพราะเหตุนี้

ไม่ติดตามแถลงการณ์และโทนการพูด

หลายคนดูแค่ตัวเลขหลักอย่างอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่ได้อ่านแถลงการณ์หรือฟังการแถลงข่าว ความจริงคือบางครั้งตัวเลขไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้อยคำในแถลงการณ์เปลี่ยนจาก hawkish เป็น dovish ก็สามารถสร้างความเคลื่อนไหวใหญ่ได้

ตัดสินใจเร็วเกินไปจากการเคลื่อนไหวในนาทีแรก

ราคาในนาทีแรกหลังข่าวมักเป็น fake move หรือการเคลื่อนไหวหลอก เกิดจากคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ หลังจากนั้น 10-15 นาทีราคาอาจกลับทิศทางตรงกันข้าม นักเทรดที่ไล่ราคาในนาทีแรกมักเจอปัญหานี้

เครื่องมือและแหล่งข้อมูลที่ควรติดตาม

สำหรับการติดตามข่าวเศรษฐกิจเหล่านี้ ผมแนะนำให้ใช้แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้:

ปฏิทินเศรษฐกิจ

เว็บไซต์ต่างๆ มีปฏิทินเศรษฐกิจที่แสดงวันเวลาและคาดการณ์ของแต่ละข่าว ผมแนะนำให้เช็คทุกวันอาทิตย์เพื่อวางแผนสัปดาห์หน้า มีข่าวสำคัญตัวไหนบ้าง

แหล่งข้อมูลทางการ

ข้อมูล NFP และ CPI เผยแพร่โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ผ่านเว็บไซต์ Bureau of Labor Statistics ส่วนแถลงการณ์และรายงานการประชุม FOMC อยู่บนเว็บไซต์ Federal Reserve ข้อมูลจากแหล่งเหล่านี้เป็นข้อมูลดิบที่แม่นยำที่สุด

การวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน

ธนาคารขนาดใหญ่และสำนักวิเคราะห์มักเผยแพร่บทวิเคราะห์ก่อนและหลังข่าว ช่วยให้เห็นมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ต้องระวังอย่าเชื่อทุกอย่าง ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

ทองคำไทยกับข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สำหรับนักเทรดในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าราคาทองคำไทยอ้างอิงจากราคาทองคำโลก แต่มีปัจจัยเพิ่มเติมคือค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของข่าว NFP, CPI และ FOMC ส่งผลต่อทั้งราคาทองคำโลกและค่าเงินดอลลาร์

ตัวอย่างผลกระทบต่อทองคำไทย

สมมติข่าว FOMC ออกมาว่าขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทั้งต่อทองคำและต่อเงินบาท ราคาทองคำโลกอาจลดลง 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในขณะเดียวกันค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลง สมมติจาก 35 บาทต่อดอลลาร์เป็น 35.5 บาทต่อดอลลาร์

ผลลัพธ์คือราคาทองคำไทยอาจไม่ลดลงมากเท่าที่ควร หรือบางครั้งอาจไม่ลดเลย เพราะการอ่อนค่าของเงินบาทชดเชยการลดลงของราคาทองคำโลก นี่คือความซับซ้อนที่นักเทรดทองคำไทยต้องเข้าใจและติดตามทั้งสองปัจจัยพร้อมกัน

การเตรียมตัวในระยะยาว

การเทรดทองคำอย่างมืออาชีพไม่ใช่แค่การรอข่าวแล้วเดาทิศทาง แต่ต้องมีการเตรียมตัวและศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผมใช้เวลาหลายปีในการทำความเข้าใจว่าข่าวแต่ละตัวทำงานอย่างไร และตลาดตอบสนองอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ

การบันทึกและวิเคราะห์ย้อนหลัง

ผมแนะนำให้บันทึกข้อมูลทุกครั้งที่มีข่าว NFP, CPI และ FOMC จดว่าตัวเลขออกมาเท่าไหร่ ตลาดคาดการณ์เท่าไหร่ และราคาทองคำเคลื่อนไหวอย่างไร เมื่อทำไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นรูปแบบและเข้าใจพฤติกรรมของตลาดมากขึ้น

การทดสอบกลยุทธ์

ก่อนนำกลยุทธ์ไปใช้จริงในวันที่มีข่าวสำคัญ ควรทดสอบในบัญชีทดลองก่อน ดูว่าการตั้งสต็อปลอส การเลือกจังหวะเข้า และการจัดการความเสี่ยงทำงานได้ดีหรือไม่ เมื่อมั่นใจแล้วค่อยใช้เงินจริง แต่เริ่มจากขนาดเล็กก่อน

สรุป

NFP, CPI และ FOMC คือข่าวเศรษฐกิจสามตัวที่นักเทรดทองคำทุกคนต้องเข้าใจและติดตาม NFP วัดตลาดแรงงาน CPI วัดเงินเฟ้อ และ FOMC ตัดสินใจนโยบายการเงิน ทั้งสามตัวส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคาทองคำ

การเทรดรอบข่าวเหล่านี้ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และวินัย ไม่ใช่การเดา หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การใช้เลเวอเรจสูงเกินไป การเข้าเทรดในนาทีแรกโดยไม่มีแผน และการไม่ติดตามแถลงการณ์อย่างละเอียด

จากประสบการณ์มากกว่า 10 ปีของผม สิ่งสำคัญที่สุดคือความอดทนและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มีข่าวคือโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุงตัวเอง บันทึกข้อมูล วิเคราะห์ผล และพัฒนากลยุทธ์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นี่คือเส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าว NFP, CPI และ FOMC หรือไม่

สำหรับนักเทรดมือใหม่ ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิดสัญญาใหม่ในช่วง 15-30 นาทีแรกหลังข่าวออก เพราะความผันผวนสูงมากและสเปรดกว้าง แต่ถ้ามีประสบการณ์แล้วและเตรียมแผนรองรับทุกสถานการณ์ ก็สามารถเทรดได้ โดยต้องลดขนาดสัญญาและตั้งสต็อปลอสให้กว้างพอรับความผันผวน ช่วงที่ดีกว่าคือ 30 นาที - 2 ชั่วโมงหลังข่าว เมื่อตลาดเริ่มหาทิศทางชัดเจนขึ้น

ถ้าตัวเลขข่าวออกมาตรงกับคาดการณ์พอดี ราคาทองคำจะไม่เคลื่อนไหวใช่ไหม

ไม่จำเป็น แม้ตัวเลขจะตรงกับคาดการณ์ ตลาดอาจมีการเคลื่อนไหวได้ เพราะนักลงทุนอาจตีความรายละเอียดเพิ่มเติมในรายงาน หรือมองไปที่ตัวเลของค์ประกอบอื่นๆ เช่น ในกรณี CPI อาจดูที่ Core CPI แทน หรือในกรณี FOMC อาจดูที่ถ้อยคำในแถลงการณ์และโทนการพูดของประธาน Fed มากกว่าตัวเลขอัตราดอกเบี้ย ต้องติดตามข้อมูลทุกส่วนไม่ใช่แค่ตัวเลขหลัก

ข่าว NFP กับ CPI ออกในเดือนเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับตัวไหนมากกว่า

ในช่วงที่เงินเฟ้อเป็นประเด็นหลัก เช่น ปี 2022-2023 ตลาดให้ความสำคัญกับ CPI มากกว่า เพราะเป็นตัวชี้นำหลักว่า Fed จะต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ แต่เมื่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับเป้าหมายแล้ว ตลาดอาจให้ความสำคัญกับ NFP มากขึ้น เพราะบอกความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ต้องดูบริบทของสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนั้นว่าตลาดกังวลเรื่องอะไร

การแถลงข่าวของประธาน Fed หลังประชุม FOMC สำคัญแค่ไหน

สำคัญมากและบางครั้งสำคัญกว่าการประกาศอัตราดอกเบี้ยเสียอีก เพราะประธาน Fed จะให้สัญญาณว่าในอนาคตจะดำเนินนโยบายอย่างไร อาจบอกเป็นนัยว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกกี่ครั้ง หรือจะเริ่มลดเมื่อไหร่ โทนการพูดที่เปลี่ยนจาก hawkish เป็น dovish หรือในทางกลับกันสามารถสร้างความเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้หลายสิบดอลลาร์ภายในระยะเวลาที่การแถลงข่าวดำเนินอยู่

ทำไมบางครั้งราคาทองคำเคลื่อนไหวตรงข้ามกับที่ควรจะเป็นหลังข่าวออก

เกิดได้หลายกรณี กรณีแรกคือตลาดอาจ price in หรือคาดการณ์ข่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อข่าวออกมาตรงคาด กลับเกิด buy the rumor sell the fact ทำให้ราคาเคลื่อนไหวตรงข้าม กรณีที่สองคือนักลงทุนอาจมองข้ามตัวเลขหลักไปดูปัจจัยอื่น เช่น แม้ NFP จะดี แต่ถ้าอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นด้วย ตลาดก็อาจตีความว่าเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่งจริง กรณีที่สามคือการปรับฐานทางเทคนิคหลังราคาเคลื่อนไหวมามากแล้ว ต้องดูบริบทรวมไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียว

เรียนรู้เพิ่มเติมกับ OPEGOLD

เข้ากลุ่มไลน์ฟรี รับความรู้และอัปเดตตลาดทองคำ พร้อมคลาสสอนสดทุกเสาร์-อาทิตย์

แอด LINE @opegold

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง