Demand Supply Zone คืออะไร หาโซนทำกำไรยังไง
โซนแรงซื้อและโซนแรงขายคือบริเวณราคาที่มีคำสั่งค้างอยู่จริง ไม่ใช่เส้นที่ลากตามความรู้สึก บทความนี้อธิบายวิธีคัดโซนคุณภาพออกจากโซนที่แค่ดูสวย และวิธีวางแผนรอบโซนอย่างมีเกณฑ์
โซนคืออะไร ต่างจากแนวรับแนวต้านอย่างไร
แนวรับแนวต้านมักถูกมองเป็นเส้นราคาเดียว ส่วนโซนคือช่วงราคา เหตุผลที่ต้องมองเป็นช่วงเพราะคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ไม่ได้วางไว้ที่ราคาเดียว แต่กระจายอยู่ในบริเวณหนึ่ง เมื่อราคากลับมาถึงบริเวณนั้น คำสั่งที่ค้างอยู่จะทำให้เกิดปฏิกิริยา
Demand Zone คือบริเวณที่แรงซื้อเคยเข้ามาแล้วผลักราคาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Supply Zone คือบริเวณที่แรงขายเคยกดราคาลงแรง หน้าที่ของเราไม่ใช่การทำนายว่าโซนจะเอาอยู่หรือไม่ แต่คือการเตรียมแผนไว้สองทางเมื่อราคากลับมาถึง
เกณฑ์คัดโซนคุณภาพ
โซนที่คนวาดกันทั่วไปมักผิดเพราะไม่มีเกณฑ์ นี่คือเกณฑ์ที่เราให้ผู้เรียนใช้ให้คะแนนก่อนจะยอมวางแผนกับโซนนั้น
- การออกจากโซนต้องรุนแรง โซนที่ดีจะมีแท่งเทียนที่วิ่งออกไปเร็วและไปไกล ถ้าราคาคลานออกไปช้า ๆ แสดงว่าไม่มีแรงจริง
- โซนต้องยังไม่ถูกใช้จนหมด ทุกครั้งที่ราคากลับมาทดสอบ คำสั่งที่ค้างอยู่จะลดลง โซนที่ถูกทดสอบมาสามสี่ครั้งแล้วมักอ่อนแรง
- ต้องมีที่ให้ราคาเดินทาง ถ้าฝั่งตรงข้ามมีแนวขวางอยู่ใกล้มาก อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนจะไม่คุ้มตั้งแต่ต้น
- สอดคล้องกับไทม์เฟรมใหญ่ โซนที่สวนทางกับโครงสร้างไทม์เฟรมใหญ่ ให้ลดน้ำหนักลงหรือข้ามไป
สิ่งที่คนพลาดบ่อยที่สุด
วาดโซนเสร็จแล้วเข้าออเดอร์ทันทีที่ราคาแตะขอบโซน โดยไม่รอปฏิกิริยายืนยัน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือรอให้ไทม์เฟรมเล็กแสดงการปฏิเสธชัดเจนก่อน แล้วจึงพิจารณาแผน
วางจุดเข้าและจุดตัดขาดทุนอย่างไร
จุดเข้าอยู่ในบริเวณโซน ไม่ใช่ตรงกลางอากาศเหนือโซน และจุดตัดขาดทุนต้องอยู่ตรงตำแหน่งที่ถ้าราคาไปถึง แผนของเราถือว่าผิด ไม่ใช่ตำแหน่งที่คำนวณจากจำนวนเงินที่รับได้ นี่เป็นเส้นแบ่งระหว่างคนที่มีระบบและคนที่เดา
ในทางปฏิบัติ เราวางจุดตัดขาดทุนไว้หลังขอบไกลของโซนพอสมควรเพื่อเผื่อความผันผวน แล้วปรับขนาดสถานะให้ความเสี่ยงต่อไม้ยังอยู่ในกฎเดิม ไม่ใช่ขยับจุดตัดขาดทุนเข้ามาเพื่อให้เข้าไม้ใหญ่ขึ้น
ตัวอย่างการอ่านโซนบนกราฟทองคำ
สมมติกราฟทองคำมี Supply Zone บริเวณหนึ่งที่ราคาเคยถูกกดลงแรง และปัจจุบันราคากำลังไต่ขึ้นไปหาโซนนั้น สิ่งที่เราทำคือเตรียมสองแผนไว้ล่วงหน้า แผนแรกคือถ้าโซนเอาอยู่และเกิดการปฏิเสธชัดเจน จะพิจารณาฝั่งขายตามโครงสร้างไทม์เฟรมเล็ก แผนที่สองคือถ้ามีแท่งปิดเหนือโซนพร้อมโมเมนตัม จะยกเลิกมุมมองเดิมและรอการกลับมาทดสอบเพื่อพิจารณาฝั่งซื้อ
สังเกตว่าไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องเดาอนาคต ทุกขั้นเป็นการรอให้ราคาบอกก่อนแล้วจึงทำตามแผนที่เขียนไว้ นี่คือความหมายของการมีระบบที่ทำซ้ำได้
ฝึกอย่างไรให้อ่านโซนได้เร็ว
วิธีที่เร็วที่สุดคือฝึกย้อนหลังจำนวนมาก เปิดกราฟทองคำหรือคู่เงินที่คุณเทรด ย้อนไปสามเดือน แล้วไล่ทำเครื่องหมายโซนทีละจุดพร้อมให้คะแนนตามเกณฑ์ด้านบน จากนั้นเลื่อนดูผลว่าโซนไหนเอาอยู่จริง ทำให้ครบ 50 เคส คุณจะเริ่มเห็นความต่างระหว่างโซนที่ใช้ได้และโซนที่แค่ดูดีด้วยตาเปล่า
โซนสด โซนใช้แล้ว และโซนซ้อน
โซนสดคือโซนที่ยังไม่เคยถูกทดสอบซ้ำหลังจากราคาออกจากมันครั้งแรก โซนแบบนี้ให้ปฏิกิริยาชัดที่สุดเพราะคำสั่งที่ค้างอยู่ยังครบ โซนใช้แล้วคือโซนที่ถูกทดสอบมาแล้วหนึ่งถึงสองครั้ง ยังใช้ได้แต่ต้องเผื่อระยะมากขึ้น
ส่วนโซนซ้อนคือกรณีที่โซนจากไทม์เฟรมใหญ่ทับกับโซนจากไทม์เฟรมเล็ก และมีแนวรับแนวต้านหรือเทรนไลน์อยู่บริเวณเดียวกัน นี่คือจุดที่เราให้คะแนนสูงสุดและเป็นจังหวะที่คุ้มกับความเสี่ยงที่สุดในระบบของเรา
Premium และ Discount ช่วยกรองโซน
แบ่งช่วงราคาล่าสุดเป็นครึ่งบนและครึ่งล่างด้วยเส้นกลาง 50 เปอร์เซ็นต์ ครึ่งบนเรียกว่า Premium คือบริเวณที่ราคาแพงเมื่อเทียบกับรอบล่าสุด ครึ่งล่างเรียกว่า Discount คือบริเวณที่ราคาถูก
หลักที่ใช้ง่ายและได้ผลคือ ถ้าคิดจะซื้อ ให้ซื้อในโซนที่อยู่ฝั่ง Discount และถ้าคิดจะขาย ให้ขายในโซนที่อยู่ฝั่ง Premium การซื้อในโซนฝั่ง Premium คือการจ่ายแพงและมีระยะขาดทุนที่ต้องรับมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
สามคำถามก่อนกดออเดอร์ทุกครั้ง
- โซนนี้ผ่านเกณฑ์คุณภาพกี่ข้อ ถ้าไม่ถึงสามข้อให้ข้าม
- ถ้าราคาไปถึงจุดตัดขาดทุน แผนของฉันผิดจริงหรือแค่ผันผวนปกติ ถ้าตอบไม่ได้แปลว่าวางจุดผิดที่
- ระยะไปเป้าหมายแรกเป็นกี่เท่าของระยะขาดทุน ถ้าไม่ถึงหนึ่งเท่าครึ่งให้ข้าม
สามคำถามนี้ตัดออเดอร์ที่ไม่จำเป็นออกไปได้เกินครึ่ง และผลที่ผู้เรียนรายงานกลับมาบ่อยที่สุดคือจำนวนไม้ลดลงแต่ผลรวมดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเกิดถ้าระบบเริ่มทำงาน
ฝึกคัดโซนกับกราฟจริง
คลาสเทคนิคเจาะลึกมีแบบฝึกอ่านย้อนหลังและตรวจโซนของผู้เรียนในคลาสสด สอบถามรายละเอียดทาง LINE
แอด LINE @opegoldบทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง